Bitcoin ราชาแห่ง Cryptocurrency

Bitcoin ราชาแห่ง Cryptocurrency

ถ้าพูดถึง Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิตอลแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำนี้เท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากพูดถึง Bitcoin (บิทคอยน์) เชื่อว่าหลายๆ ท่านอาจจะเริ่มคุ้นหูกันอยู่บ้าง เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่แล้ว การบูมของ Bitcoin ได้ก่อให้เกิดกระแสความตื่นตัวเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลกันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว และยังทำให้เกิดนักลงทุนที่เข้าทำกำไรในสกุลเงินดิจิตอลกันอย่างมากมาย

อย่างไรก็ตามหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจดีนัก ว่า Cryptocurrency คืออะไร จึงขออธิบายดังนี้ครับ Cryptocurrency คือ ‘สินทรัพย์ดิจิตอล’ (Digital Asset) ประเภทหนึ่ง หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า ‘สกุลเงินดิจิตอล’ เนื่องจากมันไม่ได้มีรูปกายสังขารที่จับต้องได้ ไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพ เช่นเดียวกันกับ สกุลเงินทั่วไป อย่างดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินยูโร โดยทั่วไป Cryptocurrency จะไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือจัดการโดยหน่วยงานทางการเงินหรือธนาคารใดๆ เหมือนสกุลเงินแบบดั้งเดิม แต่จะเป็นการ ‘ควบคุมด้วยตนเอง’ ผ่านการใช้เทคนิคการเข้ารหัสที่มีความซับซ้อนและหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ ผู้ใช้ภายในเครือข่าย จะมีส่วนร่วมกันทั้งระบบในกระบวนการขับเคลื่อนของสกุลเงินดิจิตอลผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นลักษณะของการ ‘ยืนยันธุรกรรม’ ของผู้ใช้ในเครือข่ายสกุลเงินดิจิตอลให้แก่กันและกัน

ต้นกำเนิดของ Cryptocurrency ที่ทั่วโลกยอมรับหรือพอจะสืบกลับไปได้ มันเริ่มต้นในปี 2009 จากการเปิดตัว Bitcoin ซึ่งมีลักษณะที่เรียกว่า Proto-Cryptocurrency ซึ่งจุดเริ่มต้นนั้น Bitcoin พยายามเสนอตัวเองต่อประชาคมโลกในฐานะที่เป็นเพียง ‘ระบบการชำระเงิน’ เท่านั้น (Electronic Payment System) ซึ่งการยืนยันธุรกรรมจะทำร่วมกันเป็นเครือข่ายบนพื้นฐานของ ‘Cryptographic Proof’ โดยใช้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่อย่าง “Blockchain” ซึ่งเป็นเสมือน ‘ลายเซ็นดิจิตอล’ ที่จะแสดงหลักฐานการคำนวณต่างๆ ที่สามารถอธิบายประวัติการทำธุรกรรมทั้งหมดของ Bitcoin ในแต่ละรายการ

ระบบจะมี “ห่วงโซ่แห่งการเป็นเจ้าของ” ที่อนุญาตให้ทำธุรกรรมแบบ peer-to-peer โดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการจากองค์กรอื่นนอกเครือข่าย (Third-Party) ในการประมวลผลการชำระเงิน ซึ่งทำให้ Bitcoin รับส่งเงินได้ภายในเครือข่ายเอง และประมวลผลได้ด้วยตัวเอง (จากคนในเครือข่าย) ซึ่งการไม่มี Third-Party ใดๆ ในการส่งและรับธุรกรรมต่างๆ นั้น หมายความว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีลักษระของ “การกระจายอำนาจ” (Decentralised Digital Currency) ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในปี 2009 จะเห็นว่า มีนักวิเคราะห์จำนวนมากที่มองพลาดไปว่า Bitcoin จะเป็นเพียง “กระแสชั่วขณะ” เนื่องจากได้อานิสงส์จากวิกฤตการเงินปี 2008 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป Bitcoin มูลค่ามูลค่ามากขึ้น และได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นในวงกว้าง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความเชื่อมั่นและหลักการที่ดูมีอนาคตของเทคโนโลยี Blockchain และในแง่ของนักลงทุน ก็มีการเข้ามาลงทุนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin รวมถึง Cryptocurrency ตัวอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้น คนทั่วไปให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น จนทำให้ความผันผวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่น่าทึ่งมากๆ ก็คงเป็น “ราคา” ที่แพงแสนแพง เมื่อเทียบกับจุดเริ่มต้นของมัน

เหตุผลที่ทำให้คนทั่วโลกเริ่มสนใจ Cryptocurrency มากขึ้น ก็คือการกำเนิดของ Cryptocurrency อื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจาก Bitcoin สร้างโอกาสมากมายให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการระดมทุนออนไลน์ต่างๆ แม้จะการฉวยโอกาสในการสร้าง Cryptocurrency ที่เรียกได้ว่า “เถื่อน” และเป็นเพียงเครื่องมือหลอกเอาเงินประชาชนเท่านั้น แต่โครงการเหล่านั้นค่อยๆ ตาย รวมถึงถูกดำเนินคดีทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ภาพรวมๆ ตลาด Cryptocurrency ยังน่าสนใจ โดยตัวเลขในปี 2016 มูลค่ารวมของทั้งตลาดอยู่ที่ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทานั้น แต่พอปีถัดมา 2017 ตลาดก็โตขึ้น 3 เท่า อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว
ปี 2017 เป็นปีที่ได้พิสูจน์แล้วว่า Bitcoin สามารถทำเงินให้นักลงทุนเป็นจำนวนมาก และเป็นปีที่น่าทึ่งสำหรับ Bitcoin รวมถึงตลาดสกุลเงินดิจิตอลทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ราคา Bitcoin ขยับขึ้นสูงกว่า $ 1,000 เลย แต่พอมาเดือนตุลาคม 2017 ราคากลับทะลุ $ 6,000 ขึ้นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยทะลุหลัก $ 10,000 ได้ในสิ้นปีนั้น ความเหลือเชื่อยังคงดำเนินต่อไปจนถึงจุดสูงสุดที่ราคา $ 19,783 ก่อนจะเป็นขาลงอย่าง หลังจากมีการเปิดให้สามารถซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Future) ในสกุลเงิน Bitcoin ผ่านตลาด CME และ CBOE ได้

อย่างไรก็ตามทั้ง Bitcoin และ Cryptocurrency อื่นๆ ยังคงมีความผันผวนของราคาอย่างรุนแรงทำให้ท่านที่ต้องการลงทุนทางด้านนี้ต้องศึกษาข้อมูลเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง แต่หากมองในแง่ของความสะดวกของภาคธุรกิจที่สามารถชำระเงินข้ามประเทศได้เป็นจำนวนมากโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตรามากมายเหมือนสมัยก่อน นับว่าส่งผลดีต่อภาคการค้าขายทั่วโลกเลยทีเดียวครับ

——————————————

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ข่าวIT

ข่าวล่าสุด

ความรู้และเทคนิคไอที

Asus รุ่น ROG Zephyrus G15 ที่ดีเยี่ยมเป็นหนึ่งในเกมส์มิ่ง

ROG Zephyrus G15 เป็นหนึ่งในเกมมิ่ง โน๊ตบุ๊ค ที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ ด้วยฮาร์ดแวร์ AMD และ Nvdia RTX 3070 ล่าสุด…

อ่านเพิ่มเติม »
ความรู้และเทคนิคไอที

การตรวจสอบ DM Disk Editor และซอฟต์แวร์กู้คืนข้อมูล

ซอฟต์แวร์ DM Disk Editor และ Data Recovery ที่มีความสามารถและครอบคลุมมีตัวเลือกฟรีอันทรงพลังที่สามารถอัพเกรดได้สำหรับธุรกิจ…

อ่านเพิ่มเติม »