Alibaba เผยความสำเร็จจากมหกรรมถล่มราคา 11.11

Alibaba เผยความสำเร็จจากมหกรรมถล่มราคา 11.11

มหกรรมลดถล่มราคาของยักษ์ใหญ่แดนมังกรอย่าง Alibaba มีจัดต่อเนื่องกันในวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี หรือที่ใช้โค้ดเนมว่า 11.11 ซึ่งในช่วง 3 – 4 ปีหลังนี้เหล่าผู้บริโภคจะตั้งหน้าตั้งตารอคอยมหกรรมนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากร้านค้ามากมายหลายร้านจะเข้าร่วมลดราคาแบบน่าตกใจ หรือไม่ก็มีโปรโมชั่นแบบทำเอามือไม้สั่นอย่างซื้อ 1 แถม 1 ในราคาปกติ เหล่านี้เป็นต้น

มหกรรมช้อปปิ้ง 11.11 เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี 2552 และจัดขึ้นเพียงหนึ่งวัน โดยมีผู้ขายเข้าร่วมเพียง 27 รายเท่านั้น แต่ต่อมาได้พัฒนาจนกลายมาเป็นมหกรรมช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในปีนี้ได้ขยายระยะเวลาจัดงานเป็น 11 วันเป็นครั้งแรก ผู้ขายที่เข้าร่วมงานยังได้รับโอกาสมากขึ้นจากหน้าต่างช้อปปิ้งที่เพิ่มขึ้นเป็นสองหน้า

โดยหน้าแรกใช้ในระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน ส่วนหน้าที่สองเปิดตัวในวันที่ 11 พฤศจิกายน เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ในการฟื้นตัวหลังโควิด-19 การเพิ่มวันจัดงาน ทำให้ยอดขายในปีนี้ทำสถิติรวมทั้งสิ้น 498,200 ล้านหยวน (ราว 2,278,000 ล้านบาท) ซึ่งหากรวบรวมจากยอดขายทุกช่องทาง (GMV) ในช่วงการจัดงานตั้งแต่วันที่ 1-11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเติบโตขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 และเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี

แดเนียล จาง ประธานกรรมการของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า รูปแบบใหม่ของมหกรรม 11.11 ถือเป็นสิ่งที่ดี หลังจากที่งานนี้ได้จัดต่อเนื่องมา 11 ปี จนมาถึงครั้งที่ 12 ถือเป็นโอกาสที่เราจะได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โดยขยายงานเป็น 11 วัน

ซึ่งเราสังเกตุเห็นว่าผู้บริโภคมีการซื้อสินค้าหลายครั้งในช่วงแคมเปญ และยังเพิ่มการซื้อสินค้าในหลายประเภทมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ขายและธุรกิจก็เฝ้ารองาน 11.11 เนื่องจากจะเป็นโอกาสในการฟื้นตัวและสร้างการเติบโตอีกครั้ง

“งานในปีนี้ มีแบรนด์มากกว่า 470 แบรนด์ ที่ทำยอดขายจากทุกช่องทางได้เกิน 100 ล้านหยวน การเพิ่มวันในการจัดงานยังช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ และการชำระเงินมีความราบรื่นมากขึ้น เพราะคำสั่งซื้อไม่ได้เข้ามาพร้อมกันหมดในวันเดียว”

อาลีบาบาได้ปรับเปลี่ยนมหกรรม 11.11 อยู่เสมอเพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในปีนี้ อาลีบาบาต้องการจัดงานช้อปปิ้งที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้นรูปแบบงานจึงต้องเปลี่ยนแปลงไป ในด้านหนึ่งเราต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสูงสุด

ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งของอาลีบาบาเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนมหกรรม 11.11 ให้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง การนำทรัพยากรในอีโคซิสเท็มทั้งหมดของอาลีบาบามาใช้

ทำให้บริษัทสามารถจัดการคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาล ที่ทำสถิติสูงสุดต่อวินาทีที่ 583,000 คำสั่งซื้อต่อ 1 วินาทีได้อย่างราบรื่น ส่วนเครือข่ายขนส่งของไช่เหนียว ได้ขนส่งพัสดุมากกว่า 2,320 ล้านชิ้นตามคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วง 11 วันของงาน ไลฟ์สตรีมยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือดิจิทัลที่ขาดไม่ได้ของมหกรรมในปีนี้ ที่สร้างประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมของทั้งฝั่งผู้บริโภค และผู้ขาย

“ผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และไลฟ์สไตล์ในการช้อปปิ้งของลูกค้าก็เด็กลงเรื่อย ๆ ดังนั้นเราเชื่อว่ามหกรรม 11.11 จะต้องมีการพัฒนาด้านความบันเทิงและการสร้างแรงบันดาลใจมากขึ้น เพื่อให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในส่วนนี้เราจะค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง” แดเนียล กล่าว

นอกจาก Alibaba Group แล้ว ยังมีเหล่าเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่เจ้าอื่นที่เริ่มจัดมหกรรมในลักษณะนี้เช่นกัน โดยเลือกวันแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งในฐานะผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องคอยติดตามข่าวสารกันให้ดี เพื่อให้มีโอกาสได้ช้อปปิ้งสินค้าคุณภาพดีราคาสบายกระเป๋า

——————————————

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ข่าวIT

ข่าวล่าสุด

ดีกว่ารุ่นที่ผ่านมา! Apple พร้อมปล่อย Macbook Air ที่มีน้ำหนักเบา และอุปกรณ์เสริมใหม่ล่าสุด

ดีกว่ารุ่นที่ผ่านมา! Apple พร้อมปล่อย Macbook Air ที่มีน้ำหนักเบา และอ

อ่านเพิ่มเติม »