รีวิว Ipad Gen 8

เมื่อเดือนกันยายน 2563 Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ได้แก่ Ipad Gen8 เพื่อสานต่อความเป็นผู้นำตลาดในวงการแทบเลต ซึ่ง Gen 8 จะดีหรือไม่ดี จะน่าสนใจขนาดไหน บทความนี้ขอพาทุกท่านไปรับชมกันครับ

Ipad Gen 8 มาพร้อมสเปคที่แรงกว่าเดิมด้วยชิป A12 Bionic ที่เคยใช้กับ iPhone รุ่นแฟลกชิปอย่าง iPhone XS มาก่อน และแน่นอนว่ายังคงรองรับ Smart Keyboard และ Apple Pencil อยู่เช่นเคย 

สเปคของ Ipad Gen 8

  • จอภาพ Retina ขนาด 10.2 นิ้ว
  • ชิปประมวลผล A12 Bionic
  • ความจุ 32GB และ 128GB
  • กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล
  • ลำโพงสเตอริโอ และ ไมโครโฟนคู่
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi (2.4/5GHz), Bluetooth 4.2
  • เฉพาะรุ่น Wi-Fi + Cellular รองรับ 4G LTE และมี GPS/GNSS ในตัว
  • Touch ID หรือ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ 
  • แบตเตอรี่ Lithium-Polymer 32.4 Wh
  • ดูวิดีโอออนไลน์ได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง ผ่าน Wi-Fi
  • ขนาดบอดี้ 250.6 x 174.1 x 7.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 490 กรัม (หรือ 495 กรัม สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular)
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ และ สีทอง

Ipad รุ่นที่ 8 นี้มีชื่อเรียกตามขนาดหน้าจอว่า iPad รุ่น 10.2 นิ้ว ถูกบรรจุไว้ในกล่องสีขาว หน้ากล่องพิมพ์รูปภาพด้านข้างของ iPad เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเพรียวบาง 7.5 มิลลิเมตร ส่วนหลังกล่องระบุความจุ ซึ่งมีให้เลือก 2 ขนาดได้แก่ 32GB กับ 128GB ถัดลงมาระบุชื่อ iPad รุ่นที่ 8 และระบบเชื่อมต่อที่มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ระหว่าง Wi-Fi + Cellular กับ Wi-Fi เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่าภายในกล่องมีอะไรมาให้บ้าง 

iPad รุ่น 10.2 นิ้ว หรือ iPad รุ่นที่ 8 นี้ ยังคงใช้ดีไซน์แบบเดียวกับรุ่นก่อน บอดี้ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ และ สีทอง ด้านหน้าเต็มไปด้วยพื้นที่ของจอแสดงผลระบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 10.2 นิ้ว พร้อมแบ็คไลท์แบบ LED และรองรับ Apple Pencil (รุ่นที่ 1)

เหนือจอแสดงผลติดตั้งกล้อง FaceTime HD ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล ส่วนล่างของจอแสดงผล ยังคงมีปุ่มโฮมพร้อม Touch ID หรือ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ  ขอบด้านข้างมีความบางเพียง 7.5 มิลลิเมตร มาพร้อม Smart Connector สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมของ Apple อย่างเช่น Smart Keyboard อีกข้างมีปุ่มปรับระดับเสียง และถ้าเป็นรุ่น Wi-Fi + Cellular จะพบถาดใส่ซิมการ์ดอยู่ฝั่งเดียวกันด้วย ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และปุ่มเพาเวอร์ ด้านล่างติดตั้งลำโพง 2 ตัว ให้เสียงสเตอริโอ ตรงกลางเป็นพอร์ตเชื่อมต่อ Lightning

ถึงแม้ iPad รุ่นที่ 8 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในส่วนของดีไซน์ แต่ประสิทธิภาพ ได้รับการปรับปรุงไปพอสมควร โดยเฉพาะชิปประมวลผลที่กระโดดจาก A10 Fusion มาใช้ A12 Bionic ซึ่งเป็นชิประดับ 7 นาโนเมตร มาพร้อมซีพียูแบบ 6-core และจีพียูแบบ 4-core ให้ประสิทธิภาพของซีพียูเพิ่มขึ้น 40% และกราฟิกทำงานดีขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับชิป A10 Fusion ที่ใช้ใน iPad รุ่นที่ 7

ชิป A12 Bionic ยังมาพร้อม Neural Engine แบบ 8-core สำหรับประมวลผลด้าน AI หรือ การเรียนรู้ของระบบ รวมถึงมีส่วนในระบบติดตามการเคลื่อนไหวสำหรับแอพ AR, การปรับแต่งรูปภาพที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ Siri โดยทาง Apple ยืนยันว่าชิป A12 Bionic ช่วยให้ iPad Gen 8 มีประสิทธิภาพเร็วกว่าแล็ปท็อป Windows ที่ขายดีที่สุดถึง 2 เท่า เร็วกว่าแท็บเล็ต Android ที่ขายดีที่สุดถึง 3 เท่า และเร็วกว่า Chromebook ที่ขายดีที่สุดถึง 6 เท่า

เป็นอีกหนึ่งแทบเลตน่าสนใจ ที่วางขายในตลาดช่วงปลายปี 2563 นี้ครับ 

——————————————

Ityourstyle

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ข่าวIT

 

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ข่าวIT

ข่าวล่าสุด

รีวิวไอที

รีวิว Oculus Quest 2 ชุดหูฟัง VR หนักเบาสะดวกสบายน่าประทับใจ

Quest 2 เป็นชุดหูฟัง VR ที่เยี่ยมสุดที่เคยทำมาและขึ้นอยู่กับมุมมองของคุณเกี่ยวกับขุมพลังดิบกับการพกพาและความสะดวกสบาย…

อ่านเพิ่มเติม »
รีวิวไอที

รีวิว Rival 5 ประสิทธิภาพสม่ำเสมอการออกแบบอย่างมีสไตล์

เมาส์และที่พักฝ่ามือ เช่นเดียวกับแถบไฟสองแถบที่ด้านข้างของที่พักฝ่ามือ โดยมีสี่โซนที่ควบคุมได้แต่ละโซน…

อ่านเพิ่มเติม »